วิีธีประหยัดพลังงาน

คุณทราบไหมครับว่า ลักษณะภูมิประเทศของบ้านเราซึ่งอยู่ในเขตร้อนชื้นเหมาะสำหรับการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ประโยชน์มากเลยครับ
ที่ผ่านมาเราจะได้เห็นการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการผลิตกระแสไฟฟ้าจำกัด เฉพาะในพื้นที่ชนบทห่างไกลเท่านั้นนะครับ เพราะกรจ่ายไฟฟ้าจากโรงจ่ายไฟฟ้าต้องมีค่าใช้จ่ายด้านสายส่ง ซึ่งจะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมากกว่า
แต่ในปี พ.ศ. 2546 นี้ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งสามารถจะผลิตไฟฟ้าได้ถึงประมาณ 2.25 เมกะวัตต์ก็จะสร้างแล้วเสร็จ และคาดว่าจะช่วยลดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อการผลิตไฟฟ้าได้ถึงปีละ 6,100 บาร์เรล

และรัฐบาลยังมีนโยบายว่าภายในปี พ.ศ. 2554 จะเร่งให้มีการใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์มาผลิตพลังงานไฟฟ้าให้ได้มาถึง 180 เมกะวัตต์ เพื่อให้สามารถทดแทนการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงหรือก๊าซธรรมชาติเทียบเท่าน้ำมัน ดิบได้ถึง 1 แสนบาร์เรลต่อปีเชียวนะครับ

ที่สำคัญประเทศไทยยังมีปริมาณสำรองแร่ควอตซ์มากถึง 27 ล้านตัน ซึ่งแร่ควอตซ์นี่ละครับที่เป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ และขณะนี้นักวิจัยไทยสามารถผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ได้เองแล้วด้วย ดังนั้นนอกจากต้นทุนการนำเข้าเซลล์แสงอาทิตย์ราคาแพงจะลดลงแล้ว เรายังสามารถวางแผนที่จะผลิตเซลล์แสงอาทิตย์เพื่อขายและส่งออกนำรายได้เข้า ประเทศในอนาคตอีกด้วยครับ

 

ชีวมวล ชื่อนี้ฟังดูเป็นวิทยาศาสตร์ และชวนให้เข้าใจยาก แต่จริงๆแล้วเชื้อเพลิงชีวมวล คือเชื้อเพลิงที่มาจากชีวะ หรือสิ่งมีชีวิตนั่นเอง เช่น ไม้ฟืน แกลบ กากอ้อย เศษไม้ เศษหญ้า มูลสัตว์ และเศษวัสดุเหลือใช้จากการเกษตร ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้ใช้เผาให้ความร้อนได้ทั้งนั้น และความร้อนนี้แหละครับที่เอาไปปั่นไฟฟ้าได้
นอกจากนี้กากของเสียจากโรงงานแปรรูปทางการ เกษตร เช่น เปลือกสัปปะรดจากโรงงานสัปปะรดกระป๋อง หรือมูลสัตว์จากฟาร์มเลี้ยงหมูก็สามารถนำมาหมักเป็นก๊าซชีวภาพได้อีก ซึ่งนอกจากจะช่วยลดปัญาเรื่องกลิ่นเหม็นแล้ว ยงได้ก๊าซมาใช้ในการหุงต้มอาหาร ได้ไฟฟ้ามาใช้ในฟาร์มเลี้ยงอีกตลอดทั้งคืน และยังไม่เสียค่าใช้จ่ายในการกวาดล้างมูลหมูในฟาร์มอีกด้วยครับ

จึงเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่สามารถนำพลังงานจากชีวมวลมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ได้เป็นอย่งดี โดยเฉพาะการใช้เศษวัสดุเหลือใช้ที่เป็นสารอินทรีย์ต่างๆ มาหมักเพื่อให้เกิดก๊าซชีวภาพ สามารถนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงเกิดพลังงานช่วยลดปริมาณขยะและไม่ก่อให้เกิด ปญหามลพิษต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วยครับ

ชีวมวล (Biomass) หมายถึง เศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร หรือกากจากกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมการเกษตร รวมถึงมูลสัตว์ ของเสียจากการแปรรูปสินค้าเกษตร และขยะ โดยชีวมวลเป็นแหล่งกักเก็บพลังงานจากธรรมชาติและสามารถนำมาใช้ผลิตพลังงาน ได้

ก๊าซชีวภาพ (Biogas) หมายถึง ก๊าซที่เกิดขึ้นโดยกระบวนการย่อยสลายของนิวทริแฟกทีฟแบคทีเรีย (Nutrifactive Bacteria) ในสภาวะที่ไม่มีอากาศ (Anarobic Digestion) ซึ่งก๊าซชีวภาพที่ได้จะประกอบด้วย มีเทน (CH4) ประมาณ 60 % และคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ประมาณ 40 % ทำให้ก๊าซชีวภาพมีน้ำหนักเบากว่าอากาศเล็กน้อย และมีอุณหภูมิติดไฟที่ประมาณ 700 องศาเซลเซียส

ก็เพราะเราเป็นเศรษฐีข้าว ไม่ใช่เศรษฐีน้ำมันนี่ละครับจึงต้องเร่งตื่นตัวหาเชื้อเพลิงทางเลือกและ พลังงานรูปแบบใหม่มาช่วยลดการนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่งประเทศ และขณะนื้เราก็มีโครงการผลิตเอทานอลและไบโอดีเซลซึ่งเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ ที่ได้จากผผลิตทางการเกษตรของเราเองด้วยล่ะครับ
ข้อดีของเชื้อเพลิงชีวภาพทั้ง 2 ชนิดนี้คือ จะให้แก๊สไอเสีย และก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์น้อยมากครับเมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงฟอสซิล ถึงแม้จะมีค่าความหนืดสูงกว่าน้ำมันธรรมดา แต่ก็ยังคงไหลได้ภายใต้สภาพอากาศที่อบอุ่น และยังมีผลการวิจัยอยู่มากมายครับที่ชี้ให้เห็นว่ารถที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล สามารถใช้เชื้อเพลิงชีวภาพมาทดแทนได้ด้วยครับ

ลองคิดดูนะครับ ถ้าปกติเราต้องนำเข้าเชื้อเพลิงเพื่อผลิตน้ำมันสำเร็จรูป 700,000 บาร์เรลต่อวัน หากเราเปลี่ยนมาใช้เอทานอลผสมกับน้ำมันเบนซินและใช้ไปโอดีเซลทดแทนน้ำมัน ดีเซลธรรมดาแค่เพียง 15 % เราจะสามารถลดการนำเข้าเชื้อเพลิงได้ถึง 100,000 บาร์เรลต่อวันเลยทีเดียวครับ
นอกจากจะได้ประหยัดเงินเพื่อนำมาพัฒนาประเทศในด้านอื่นๆแล้ว เชื้อเพลิงชีวภาพยังช่วยให้เรามีพลังงานใช้อย่างเพียงพอ ควบคู่ไปกับการรักษาสภาพแวดล้อมที่ดีด้วยไงล่ะครับ

ก๊าซธรรมชาติเป็นพลังงานทางเลือก หนึ่งที่นำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อนรถยนต์ในปัจจุบันครับ ด้วยคุณสมบัติที่เบากว่าอากาศถ้าเกิดรั่วไหลจะสลายตัวและและลอยตัวขึ้นสูง ทำให้โอกาสที่จะเกิดการระเบิดจึงมีน้อยมากครับ แถมก๊าซธรรมชาติยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพราะปล่อยมลพิษในปริมาณที่น้อย กว่าเชื้อเพลิงอย่างน้ำมันเบนซินและดีเซลอีกด้วย
ทุกวันนี้จึงมีหลายประเทศเริ่ม หันมาใช้ก๊าซธรรมชาติกันมากขึ้นครับ เมื่อปลายปีพ.ศ. 2543 ที่นครปักกิ่งมีรถยนต์ใช้ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติวิ่งมากถึง 1,633 คัน และจัดว่าเป็นเมืองใหญ่ที่มีรถประจำทางใช้ก๊าซธรรมชาติมากที่สุดในโลก ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ในญี่ปุ่นบางราย ก็ได้หันมาผลิตรถยนต์ที่ใช้ก๊าซ CNG หรือที่เรียกกันว่ารถ NGV ในเชิงพาณิชย์กันมากขึ้นด้วยครับ

ในเมืองไทยเราก็มีรถที่ใช้ก๊าซธรรมชาติไม่น้อยอยู่เหมือนกัน อย่างองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ข.ส.ม.ก. ก็มีรถโดยสารประจำทางสาย ปอ. 24 ให้บริการถึง 38 คันครับ และขณะนี้ยังมีการดัดแปลงให้เครื่องยนต์ใช้ได้ทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ คาดว่าสิ้นปี พ.ศ. 2545 จะมีรถแท็กซี่ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติให้บริการในกรุงเทพฯถึงประมาณ 1,100 คัน เพราะต้นทุนค่าเชื้อเพลิงถูกกว่าเติมน้ำมันถึงครึ่งหนึ่งเชียวนะครับ
*CNG = Compressed Natural Gas
*NGV = Natural Gas Vehicle

มาถึง 4 กลยุทธ์สำคัญที่พลาดไม่ได้เชียวครับ เป็นมาตรการที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้วางไว้เพื่อพัฒนาทรัพยากรปิโตรเลียม ให้พวกเราคนไทยมีใช้อย่างเพียงพอและมีประสิทธิภาพสูงสุดไงล่ะครับ
1. จัดหา: จัดหาแหล่งทรัพยากรปิโตรเลียมให้พอเพียงกับความต้องการใช้งานภายในประเทศ แถมยังต้องเสาะแสวงหาแหล่งปริมาณสำรองเพิ่มเติมจากทั้งภายในประเทศ เขตพื้นที่พัฒนาร่วมและพื้นที่คาบเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านด้วยครับ

2. ทดแทน: เร่งผลิตน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลวในประเทศเกือบ 1 แสนบาร์เรลต่อวัน มาใช้ทดแทนน้ำมันน้ำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งช่วยชาติประหยัดเงินได้ถึง 6-7 พันล้านบาทต่อปี และยังได้พัฒนาก๊าซธรรมชาติขึ้นมาใช้ได้อีกประมาณ 300,000 บาร์เรลต่อวันอีกนะครับ

3. รักษากลไกราคา: กำกับดูแลให้ราคาของทรัพยากรปิโตรเลียมที่ผลิตได้ในประเทศมีราคาที่เหมาะสม เป็นธรรม และสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนในประเทศด้วยนะครับ

4. ร่วมมือ: เรายังมีมาตรการป้องกันภาวะขาดแคลนปิโตรเลียมโดยผ่านกลไกความร่วมมอระหว่าง ประเทศด้วยครับ โดยเฉพาะความร่วมมือในกลุ่มอาเซียน ทั้งในสภาวะฉุกเฉิน หรือที่เรียกว่า ASEAN Petroleum Security Agreement และโครงการระยะยาว เช่น โครางการโครงข่ายพลังงานอาเซียน (ASEAN Energy Network) ซึ่งมี 2 ส่วนหลักๆ คือ โครงข่ายท่อส่งก๊าซอาเซียน (Trans-ASEAN Gas Pipeline) และโครงข่ายไฟฟ้าแรงสูงอาเซียน (ASEAN Power Grid)

และกลยุทธ์นี้แหละครับจะเป็นการใช้ประโยชน์จากข้อได้เปรียบด้านสถานที่ตั้ง ของประเทศไทยในฐานะที่เป็นศูนย์กลางการค้าขายพลังงานของ ASEAN ได้อย่างเต็มที่เชียวนะครับ

ที่มา http://www.dmf.go.th/

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s